สารจากประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

"บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารวมถึงรักษาความไว้วางใจของลูกค้า"

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2568 ภาคเกษตรกรรมของประเทศเวียดนามยังคงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ พืชเศรษฐกิจและผลไม้เมืองร้อนที่สำคัญ เช่น ทุเรียน กาแฟ และข้าว ยังคงได้รับความนิยมอย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยดังกล่าวช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของเกษตรกร และเสริมสร้างความเชื่อมั่นโดยรวมในภาคเกษตรกรรม

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจดังกล่าว บริษัทฯ ได้ใช้โอกาสนี้ ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุก ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ปุ๋ย NPK คุณภาพสูง ที่มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภาพทางการเกษตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตของเกษตรกร โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดโลกให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหารของพืช เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหารและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและแนวโน้มด้านความยั่งยืนในระดับสากล ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรสามารถตอบสนองต่อมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของตลาดโลก พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร

จากความมุ่งมั่นในการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งผลให้ยอดจำหน่ายปุ๋ยในประเทศเวียดนามในปี 2568 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการขายปี 2568 จำนวน 180,420 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตหลักมาจากปริมาณการขายปุ๋ยเคมีเชิงผสม NPK ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จาก 142,660 ตัน ในปี 2567 เป็น 161,836 ตันในปี 2568 ในขณะที่ยอดการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 23,511 ตันในปี 2567 เป็น 36,878 ตัน ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 57 ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ปุ๋ยของบริษัทฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มปุ๋ย NPK เนื่องจากเกษตรกรหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อยกระดับคุณภาพของผลผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

สำหรับธุรกิจให้บริการพื้นที่โรงงาน บริษัท บาคองโต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลักของบริษัทฯ มีพื้นที่โรงงานให้เช่าเพื่อการจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้น 4,325 ตารางเมตร ในปี 2568 รวมมีพื้นที่โรงงานให้เช่าทั้งสิ้น 90,971 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าเต็มพื้นที่ตลอดปี ทั้งนี้ เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรม Phu My ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าปุ๋ยที่สำคัญ สำหรับผู้ค้าและผู้ผลิตในการกระจายสินค้าไปยังภาคกลางและภาคใต้ของประเทศเวียดนาม รวมถึงการส่งออกไปยังต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น การที่บริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ในประเทศเวียดนาม ส่งผลให้บริษัทฯ เป็นหนึ่งในทางเลือกหลักของผู้ค้าและผู้นำเข้า ด้วยศักยภาพของกลุ่ม บริษัทโทรีเซน ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตั้งแต่การขนถ่ายสินค้าจากเรือ การจัดเก็บในคลังสินค้า การบรรจุ ไปจนถึงการขนส่งภายในประเทศ

ในปี 2568 รายได้จากการให้บริการจัดการพื้นที่โรงงานและ รายได้อื่นๆ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 3,690.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 151.1 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่กำไรสุทธิ 150.6 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจของบริษัทฯ

นอกเหนือจากผลการดำเนินงานทางการเงิน บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทย่อยของบริษัทฯ ดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดของหน่วยงานภาครัฐในประเทศเวียดนามอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ ความทุ่มเท และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผู้บริหาร และพนักงาน ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา


นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ
ประธานกรรมการ

นายซิกมันต์ สตรอม
กรรมการผู้จัดการ